สำหรับคนทำธุรกิจ เบอร์โทรศัพท์ไม่ใช่แค่ช่องทางติดต่อ แต่เป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ เบอร์ร้านจะไปอยู่บนป้ายหน้าร้าน นามบัตร สติกเกอร์ติดกล่องพัสดุ โพสต์เฟซบุ๊ก และหน้าเพจทุกช่องทาง ลูกค้าเห็นเบอร์นี้บ่อยกว่าเห็นหน้าเจ้าของร้านเสียอีก
นั่นทำให้การเลือก "เบอร์มงคลค้าขาย" ต้องคิดสองชั้น ชั้นแรกคือความเป็นมงคลตามหลักเลขศาสตร์ ชั้นที่สองคือความจำง่ายในมุมของการตลาด เบอร์ที่ดีที่สุดสำหรับร้านค้าคือเบอร์ที่ผ่านทั้งสองชั้นนี้
เบอร์ร้านต่างจากเบอร์ส่วนตัวอย่างไร
เบอร์ส่วนตัวเราเลือกให้เข้ากับดวงของตัวเองเป็นหลัก แต่เบอร์ร้านต้องคิดเผื่อคนอื่นด้วย ลองนึกภาพลูกค้าที่ขับรถผ่านหน้าร้านแล้วเห็นป้าย มีเวลามองไม่กี่วินาที ถ้าเบอร์จำยาก ลูกค้าก็อาจลืมไปก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
อีกเรื่องคือ เบอร์ร้านมักใช้ไปอีกหลายปี เปลี่ยนบ่อยไม่ได้ เพราะลูกค้าเก่าจะติดต่อไม่ติด ดังนั้นการลงทุนกับเบอร์ที่ดีตั้งแต่วันแรกจึงคุ้มค่ากว่าการมาเปลี่ยนทีหลัง
คู่เลขที่เหมาะกับการค้าขาย
45 และ 54 การเจรจาต่อรองเป็นเลิศ
เลข 4 คือการสื่อสาร เลข 5 คือปัญญาและความน่าเชื่อถือ คู่นี้จึงเหมาะกับธุรกิจที่ต้องคุย ต้องอธิบายสินค้า หรือต้องปิดการขาย เช่น ขายประกัน ขายรถ ขายอสังหาริมทรัพย์ หรือร้านที่ต้องตอบแชตลูกค้าทั้งวัน
24 และ 42 เสน่ห์ที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ
คู่นี้เด่นเรื่องเสน่ห์และความน่ารักในการพูด เหมาะกับร้านเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือธุรกิจที่พึ่งพาลูกค้าประจำ ความรู้สึกดีที่ลูกค้ามีต่อร้านคือสิ่งที่ทำให้เขากลับมาซื้อซ้ำ
59 และ 95 ความน่าเชื่อถือและผู้ใหญ่อุปถัมภ์
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องสร้างความไว้วางใจ เช่น คลินิก สำนักงานบัญชี ร้านทอง หรือบริการที่ลูกค้าต้องมั่นใจก่อนจ่ายเงิน คู่นี้ยังเชื่อกันว่าช่วยให้มีผู้ใหญ่หรือพันธมิตรช่วยสนับสนุน
78 และ 87 การค้าขายกับต่างประเทศ
สำหรับคนที่ทำธุรกิจนำเข้าส่งออก ขายของออนไลน์ข้ามประเทศ หรือรับลูกค้าต่างชาติ คู่ 78 และ 87 ถูกมองว่าส่งเสริมด้านนี้ แต่ต้องระวังว่าเลข 7 และ 8 ไม่เข้ากับคนเกิดบางวัน ควรเช็กเลขกาลกิณีก่อนเสมอ
789 เบอร์รับโชคสำหรับคนค้าขาย
หมวดเบอร์รับโชค 789 เป็นอีกตัวเลือกที่พ่อค้าแม่ค้าชอบ เพราะเป็นเลขเรียงที่จำง่าย และมีความหมายในเชิงความสำเร็จที่ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ
เทคนิคเลือกเบอร์ร้านให้จำง่าย
เลือกเบอร์ที่มีรูปแบบซ้ำ
เบอร์ที่มีเลขซ้ำเป็นชุด เช่น เบอร์ xxyy อย่าง 5566 หรือเบอร์ตองอย่าง 999 จะทำให้สมองจำได้เร็วขึ้น ลูกค้าแค่จำ "รูปแบบ" ไม่ต้องจำตัวเลขทุกหลัก
ท้ายเบอร์คือหัวใจ
คนส่วนใหญ่จะจำ 4 ตัวท้ายเป็นหลัก ถ้า 4 ตัวท้ายสวย เช่น 4569, 5959 หรือ 8888 ลูกค้าจะจำร้านได้ง่ายขึ้นมาก หลายร้านจึงนำ 4 ตัวท้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของชื่อร้าน หรือใช้ในสโลแกนโฆษณาด้วย
ลองพูดออกเสียงก่อนตัดสินใจ
เบอร์ที่ดีควรพูดง่าย ไม่ติดลิ้น ลองพูดเบอร์นั้นออกมาดัง ๆ สักสามครั้ง ถ้ารู้สึกลื่นและจังหวะดี แสดงว่าเหมาะกับการใช้ในสปอตวิทยุ คลิปวิดีโอ หรือการบอกลูกค้าทางโทรศัพท์
เคล็ดลับเล็ก ๆ สำหรับเจ้าของร้านออนไลน์
ร้านออนไลน์ส่วนใหญ่ใช้เบอร์ผูกกับไลน์ วอตส์แอป และแพลตฟอร์มขายของ หากจะเปลี่ยนเป็นเบอร์มงคลใหม่ ควรวางแผนให้ดี เริ่มจากซื้อเบอร์ใหม่ก่อน ผูกบัญชีต่าง ๆ ให้เรียบร้อย แล้วค่อยประกาศให้ลูกค้ารู้ล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งถึงสองสัปดาห์ ระหว่างนั้นยังเปิดเบอร์เดิมไว้รับสายลูกค้าที่ยังไม่ทราบ
อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ถ้าเป็นเบอร์ที่ซื้อต่อมา ควรเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้เป็นชื่อของเจ้าของกิจการหรือนิติบุคคลให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินและการยืนยันตัวตนในอนาคต
ค้าขายแล้วเลือกเบอร์ตามวันเกิดใคร
กรณีร้านมีเจ้าของคนเดียว ให้ยึดวันเกิดของเจ้าของร้าน แต่ถ้าเป็นหุ้นส่วนหลายคน แนะนำให้ยึดวันเกิดของคนที่ดูแลการขายหรือรับสายลูกค้าเป็นหลัก เพราะเป็นคนที่ใช้เบอร์นั้นจริงทุกวัน และหลีกเลี่ยงเลขที่เป็นกาลกิณีของหุ้นส่วนส่วนใหญ่หากทำได้
คำถามที่พบบ่อย
เบอร์ร้านควรเป็นค่ายไหนดี
ขึ้นกับว่าพื้นที่ของคุณสัญญาณค่ายไหนดีที่สุด เพราะเบอร์ร้านต้องติดต่อได้เสมอ ถ้าเบอร์ที่ถูกใจเป็นคนละค่ายกับที่ต้องการ ส่วนใหญ่สามารถย้ายค่ายโดยใช้เบอร์เดิมได้ภายหลัง
เบอร์ร้านกับเบอร์ส่วนตัวควรแยกกันไหม
ควรแยก เพื่อให้แยกเวลางานกับเวลาส่วนตัวได้ชัด และเมื่อธุรกิจโตขึ้นจนมีพนักงานช่วยรับสาย ก็สามารถส่งต่อเบอร์ร้านได้โดยไม่กระทบเบอร์ส่วนตัว
สรุป
เบอร์มงคลค้าขายที่ดีต้องผ่านสองเกณฑ์ คือคู่เลขส่งเสริมการค้า และจำง่ายสำหรับลูกค้า เลือกคู่เลขให้ตรงกับประเภทธุรกิจ ให้ความสำคัญกับ 4 ตัวท้าย และวางแผนการเปลี่ยนเบอร์ให้รอบคอบ แล้วเบอร์ร้านของคุณจะกลายเป็นทั้งเครื่องรางและเครื่องมือการตลาดในเวลาเดียวกัน